บันทึกเรื่อง

Blog EntryพระพุทธเสฏฐมุนีMar 25, '08 5:45 AM
for everyone

พระพุทธเสฏฐมุนี

มีปรากฏในพงศาวดารว่า ครั้น ณ วันเดือน ๖ ข้างขึ้น  โปรดให้จหมื่นราชามาตย์  จหมื่นรักษพิมาน  หลวงนายเสน่ห์รักษา  ไปชำระฝิ่นหัวเมืองฝ่ายตะวันตก  ตั้งแต่เมืองปราณตลอดไปถึงเมืองลคร  ฝ่ายฟากข้างตะวันตก  ตั้งแต่เมืองตะกั่วป่าตลอดไปถึงเมืองฉลาง  ล่าเข้ามาเผาเสียหน้าพระที่นั่งสุทธาสวรรย์

 

ในครั้งนี้ ได้โปรดเอากลักฝิ่นมาหล่อพระพุทธรูป ซึ่งเป็นพระประธานในศาลาการเปรียญ  วัดสุทัศนเทพวราราม

 

ที่มาเนื้อหา : แผ่นป้ายหน้าทางเข้าอุโบสถครับ

 

 

 


Blog Entryธนบัตรใบละ 1,000...Mar 18, '08 6:24 AM
for everyone

เพื่อน fwd.mail ให้ อ่านแล้วชอบมากครับ  เลยมาลงไว้ในบล๊อกครับ     

เบลอๆ อาจอ่านลำบาก อิ อิ ไม่อยากพิมพ์น่ะครับ

 

 



Blog Entryหอย...เป็นยาOct 26, '07 4:09 AM
for everyone
ตามตำรับยาการแพทย์แผนไทย

ในเภสัชเวทกับตำราแผนโบราณ  ได้รวบรวมหอยชนิดต่างๆที่ใช้ทำยารักษาโรค 

 

ประโยชน์  ขับลมในลำไส้  ล้างลำไส้  แก้กะษัย  ขับนิ่ว  ขับปัสสาวะ  แก้ไตพิการ  บำรุงกระดูก 

 

วิธีการปรุงยาจากเปลือกหอย   มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ดังนี้

 

จะยกตัวอย่าง  จากการเอาเปลือกไปเผานะครับ  เรียกว่า   วิธีการสะตุ  

โดยนำไปใช้เข้ากับเครื่องยาพืชสมุนไพร

 

ซึ่งเปลือกมีสารสำคัญ  คือ  calcium  carbonate, carbon    จะมีรสกร่อย  โดยหอยที่จะใช้เป็นหลักๆมีดังนี้ครับเช่น

  1. หอยกาบ Nodularia cripata  (Gould) 
  2. หอยขม  Vivipara  doliaria  (Gould)

 

 

 

 

 

 

 

 

3.   หอยแครง  Scapharea  granosa  Linn.

.

 

4.    หอยจุ๊บแจง  Cerithdae  obtuse  Lamarck.


5. หอยตาวัว  Turbo  petholatus  Linn.

 

วิธีการสะตุหอย  โดยการนำเปลือกหอยที่ใช้เป็นยามาใส่ในหม้อดินแล้วตั้งไฟ (ควรนำหม้อดินมาตั้งให้หม้อร้อนก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้หม้อดินแตก)  ตั้งไฟไปเรื่อยๆ จนเปลือกหอยสุกเป็นสีขาว  เผาจนเป็นผงหรือนำมาตำให้ละเอียดแล้วร่อนเอาผงที่ละเอียดมาปรุงเป็นยา

ภาพการสะตุครับ


 

นอกจากนี้ มีวิธีการต้ม  ซึ่งใส่พืชสมุนไพรลงไปด้วย

                  วิธีเอาหอยสดเผาไฟ นิยมใช้หอยฝาเดียว ใส่แผลพวกเล็บขบ

                  วิธีการฝนเปลือกหอย  ฝนกับฝาหม้อดิน  โดยฝนผสมกับน้ำ

                  วิธีการพอกโดยนำเนื้อหอยโข่งเขย่าน้ำออกแล้วผสมกับหัวหอมแดงพอกท้องน้อย เมื่อปัสสาวะไม่ออก

                   วิธีการดอง นำหอยเบี้ย ดองกับน้ำส้มสายชู  น้ำกระเทียมดอง  ใช้เวลาดอง 3 -5 วัน กิน 2 ช้อนชา หลังอาหาร  จะแก้นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

....................................................................................................................................................

สูตรยาจากหอยเยอะมาก  อิ อิ ไม่เอามาลงให้ดูนะครับ หาศึกษาจาก

 

ที่มาของภาพและเนื้อหา  :   หอยเป็นยา  โดย พญ.เพ็ญนภา  ทรัพย์เจริญ ,  โครงการพัฒนาตำรา  กองทุนสนับสนุนกิจกรรม ,  มูลนิธิการแพทย์แผนไทยพัฒนา.

 


จากตำนานภาคอีสานครับ   เรื่อง “นางอั้วเคี่ยมกับท้าวคูลู”  ทั้งสองรักกันผูกพันกันตั้งแต่เด็ก ๆ ด้วยพ่อแม่ชอบพอกัน หมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในท้อง

 แต่พอโตเป็นหนุ่มเป็นสาว พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเกิดขัดใจกันขึ้นมา กรรมเลยตกอยู่กับคนทั้งสอง ต้องถูกพรากรัก ฝ่ายหญิงไปรับหมั้นและจะถูกบังคับให้แต่งงานกับชายอื่น

ทำให้นางอั้วตัดสินใจผูกคอตาย และไปเกิดเป็นดอกนางอั้ว ส่วนท้าวคูลูเมื่อตนสูญเสียคนรักไปเช่นนั้น ก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายเช่นกัน และได้ไปเกิดเป็นดอกคูลู คู่กับนางอั้ว

ฉะนั้น ก็คือ ที่ใดมีดอกนางอั้ว ก็จะมีดอกคูลูขึ้นอยู่ใกล้ ๆ กันด้วย

เพราะเหตุนี้ผมได้นางอั้วมาปลูก 1 ต้น  นี่ครับ  โตช้าสุดๆ

เลยไปหาท้าวคูลูเอามาเคียงใกล้ อิ อิ  เลี้ยงซะเกือบไม่เห็นดอกไม่งั้นเศร้าไม่หายแน่ผม


อันคำว่า อั้ว นี้ เป็นคำบอกลำดับลูกสาว โดยเริ่มจาก เอื้อย อี่ อาม ไอ อั้ว อก เจ็ด แปด เอา ชิบ

ถ้าลูกชาย ก็จะเป็น อ้าย ยี่ สาม ไส  งั่ว ลก เจ็ด แปด เก้า สิบ ครับผม


เรื่องของ การขาดกำลังใจ จะเข้าใจยากกว่า เนื่องจากจับต้องได้ไม่ง่ายนักและปรับปรุงแก้ไขได้ยากเช่นเดียวกัน 

เมื่อเราได้ยินคนในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานปรารภว่า ไม่ค่อยมีกำลังใจจะทำอะไรเลย เราจะช่วยเขาได้อย่างไร

ผู้ที่ขาดกำลังใจนั้นมักจะมีความรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ หดหู่ เซื่องซึม ไม่กระตือรือร้นจะทำกิจกรรมใดๆ

ข้อมูลจากข่าวสารกรมสุขภาพจิต ISSN 0125-6475 แนะนำว่า ขอให้ผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะโรคขาดกำลังใจหรือผู้ใกล้ชิดพยายามพินิจพิจารณาถึงสาเหตุ

ซึ่งอาจจะประเมินสาเหตุสำคัญต่างๆ ได้ดังนี้

ด้านร่างกาย อาจเป็นเพราะสุขภาพร่างกายอ่อนแอ มีโรคเรื้อรัง มีสิ่งแวดล้อมหรือการปฏิบัติที่มีผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจ ก็ควรหาทางปรับปรุงแก้ไขหรือคิดในเชิงบวกให้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ

สาเหตุทางด้านจิตใจ อาจแบ่งเป็น 2 กรณี คือ

1.สามารถรู้ตัวปัญหา และรู้ว่าปัญหานั้นมีสาเหตุจากอะไรได้แต่ไม่สามารถขจัดหรือแก้ไขปัญหานั้นได้ จึงเกิดการไม่สบายใจหรือไม่ได้สิ่งที่พึงปรารถนา

2.บางคนไม่รู้ตัว ไม่รู้สาเหตุ เงินทองมีพอใช้ ตำแหน่งหน้าที่การงานดี แต่เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ หรือความเปล่าเปลี่ยว ท้อแท้ อ้างว้างอยู่ภายในโดยไม่ทราบสาเหตุ

ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ปัญหาหัวหน้าลูกน้อง ปัญหาเพื่อนฝูง ระหว่างคนต่อคน หรือระหว่างคนต่อหลายคน ทำให้เกิดความท้อแท้ได้

 

 

 

วิธีจะทำให้เกิดกำลังใจไว้ 8 ประการ คือ

1.ก่อนอื่นต้องพยายามหาสาเหตุเสียก่อนว่า การที่เราไม่มีกำลังใจนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร แล้วพยายามหาทางปรับปรุงแก้ไขและยอมรับเสีย

2.อย่าคิดหรืออย่ามองว่าตัวเองเป็นคนมีปัญหาไร้ความสามารถ คนอื่นที่เขามีปัญหาไร้ความสามารถมากกว่าเราก็ยังมีควรพยายามตั้งใจกระทำใหม่

3.อย่ามัวหมกมุ่นอยู่คนเดียว ลองพูดคุยกับผู้ที่เราไว้ใจหรือเชื่อถือ อย่างน้อยก็เป็นการระบายความอัดอั้นตันใจของเราได้ และเราอาจจะได้รับคำแนะนำ ชี้แนะ จากเขาผู้นั้นได้

4.มองโลกในแง่ดี พยายามทำจิตใจให้สดชื่น อะไรต่างๆ ก็จะดูดีขึ้น

5.อ่านหนังสือดีๆ อาจจะได้รับความรู้ สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น และยังทำให้เราเกิดความเพลิดเพลินอีกด้วย

6.ออกกำลังกายตามที่ท่านชอบและถนัด ซึ่งอาจจะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

7.พยายามอย่าปล่อยให้มีเวลาว่างมากเกินไป ควรหางานอดิเรกทำ เช่น หัดทำกับข้าว เย็บปักถักร้อย ทำสวนครัว ฯลฯ เพราะเราอาจจะสนุกไปกับงานเหล่านั้น

8.เมื่อตื่นนอน ควรรีบลุกจากที่นอนทันที ควรมีแผนการทำงานของแต่ละวันและทำงานด้วยความกระฉับกระเฉง ตั้งใจที่จะกระทำกิจกรรมต่างๆ อย่างจริงจัง

จากวิธีการที่กล่าวมาข้างต้น อาจจะทำให้ท่านที่ขาดกำลังใจกลับมามีกำลังใจขึ้นใหม่

น.พ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์
ข้อมูลข่าวโดย บ้านเมืองออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2548


                กรรมวิธีการคั่วนี้  เรียกอีกอย่างนึงว่า อู๋  เป็นการทำแมลงให้สุกพอประมาณ
หรือ อาจทำให้สุกทั้งหมด

เป็นการประกอบอาหารแบบไม่ใช่น้ำมัน  การคั่วแมลง พบได้ 2 ลักษณะ คือ

* การคั่วแบบธรรมดา

* การคั่วแบบทรงเครื่อง

จะเสนอการการคั่วแบบทรงเครื่องครับ   หุ หุ .. เห็นที่ตลาดขาดแมลงทอดนึกอยากเสนอ

 

                                

 

 เครื่องปรุง

1.     แมลง (ด้วงตำแย, อาจจะเปลี่ยนเป็น จักจั่น  ตั๊กแตน แมงกุดจี่ )

2.     หัวหอม / กระเทียม

3.     ต้นหอม

4.     พริกแห้งหรือพริกสด

5.     ไข่

6.     เกลือ

7.     น้ำปลา

8.     น้ำปลาร้า

9.     น้ำเปล่า

 

วิธีทำ

 ตำพริกแห้ง หัวหอม กระเทียมเข้าด้วยกัน

 ตั้งกระทะบนเตาให้ร้อน ใส่น้ำลงพอประมาณ  พอเดือดใส่แมลงลงไป  

เอาพริกที่ตำไว้ใส่ลงกระทะคลุกเคล้าให้เข้ากัน

ปรุงรสด้วยเกลือ  น้ำปลา  น้ำปลาร้า ต่อยไข่ใส่ลงไป  และคลุกเคล้าให้เข้าตัวแมลง

ชิมให้ได้รสตามต้องการ ใส่ต้นหอม  ปิดฝาทิ้งไว้พอประมาณ พอต้นหอมสุก ตักใส่จานเสริฟเลยครับ

 

ที่มา :  แมลงอาหารมนุษย์  กรมการแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข

 


Blog Entryสงกรานต์ ๒๕๕๐Apr 13, '07 11:09 AM
for everyone
ปีนี้ วันมหาสงกรานต์ตรงวันเสาร์ที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๐ ปีกุน มนุษย์ผู้หญิง ธาตุน้ำ นพศก จุลศักราช ๑๓๖๙ ทรงจันทรคติ เป็น อธิกมาส ปกติวาร ทางสุริยคติ เป็นปกติสุรทิน

นางสงกรานต์นามว่า มโหธรเทวี ทรงพาหุรัดทัดดอกสามหาว (ผักตบ) อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ภักษาหารเนื้อทราย พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงตรีศูรย์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังนกยูง เป็นพาหนะ

มหาวันสงกรานต์ วันเสาร์ที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๑๒ นาฬิกา ๓๖ นาที ๓๗ วินาที ตรงกับเสาร์ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ ปีกุน นพศก จุลศักราช ๑๓๖๙ (เปลี่ยนจุลศักราช ๑๓๖๘ ในวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๑๖ นาฬิกา ๔๐ นาที ๔๘ วินาที)

ปีนี้ วันอาทิตย์ เป็นวันธงชัย วันจันทร์ เป็นอธิบดี วันเสาร์ เป็นอุบาทว์ วันพุธ เป็นโลกาวินาศ
วันเสาร์เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๔๐๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๔๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๘๐ ห่า ตกในป่า
หิมพานต์ ๑๒๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๑๖๐ ห่า นาคให้น้ำ ๖ ตัว เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ ๗ ชื่อ ปาปะ ข้าวกล้าในภูมินา จะได้ผล ๑ ส่วน เสีย ๙ ส่วน เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีปัถวี (ดิน) น้ำงามพอดี

จากประกาศสงกรานต์ข้างต้น หากเราเทียบกับคำพยากรณ์ของโบราณ จะเห็นว่าวันมหาสงกรานต์ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ เขาบอกว่าจะเกิดโจรผู้ร้ายชุกชุม มีการเจ็บไข้ร้ายแรง ส่วนวันเนาตรงกับวันอาทิตย์ ข้าวจะตายฝอย คนต่างด้าวจะเข้าเมืองมาก ท้าวพระยาจะร้อนใจ ส่วนตำราล้านนาก็ว่า วันมหาสงกรานต์ตรงกับวันเสาร์ ปีนี้ฝนจะแล้ง แมลงต่างๆจักทำร้ายพืชไร่มากนัก ไฟจักไหม้บ้านไหม้เมือง เกิดอัคคีภัยใหญ่ ข้าวยากหมากแพง ดูแล้วจะเป็นเรื่องร้ายๆ พอๆกับคำทำนายในปัจจุบันทั้งสิ้น ครั้นมาดูนางสงกรานต์ ที่มีนามว่า นางมโหธรเทวี ดูท่าแล้ว ก็ดุไม่เบา เนื่องจากพระนางนอกจากจะพกจักรและตรีศูรย์เป็นอาวุธแล้ว ยังกินเนื้อทรายเป็นอาหาร แถมทัดดอกสามหาวและใส่นิล(พลอยสีดำ) เป็นเครื่องประดับอีกด้วย อ่านแล้ว หลายคนอาจรู้สึกหดหู่ ไม่สบายใจ แต่ถ้าจะมองให้ลึกลงไปว่า วันมหาสงกรานต์ที่ตรงกับวันเสาร์ แม้จะเป็นดาวบาปเคราะห์ใหญ่ที่ทางโหราศาสตร์ถือว่าเป็นวันเจ้าทุกข์ แต่ก็เป็นวันแข็ง และมีพระนาคปรกเป็นพระประจำวันนี้ ซึ่งเปรียบเหมือนเรามีพญานาคราชได้แผ่พังพานปกป้องคุ้มครองให้พ้นทุกข์และภัยพิบัติต่างๆ และยังมีความเชื่อว่าพระปางนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ทางเมตตา เพราะตามตำนานแม้แต่พญานาคยังขึ้นจากน้ำมาถวายอารักขาพระพุทธเจ้า ทั้งนี้ก็ด้วยพลานุภาพแห่งพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธองค์ ดังนั้น จึงเป็นการบอกทางอ้อมให้เราใช้รู้จักใช้หลักเมตตาธรรมในการดำเนินชีวิตทุกระดับไม่ว่าจะกับครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ส่วนอาวุธของนางสงกรานต์ที่เป็นจักรนั้น ก็คืออาวุธของพระนารายณ์ที่ทรงใช้ในการปราบทุกข์เข็ญให้แก่โลก และตรีศูรย์ก็คือ อาวุธของพระศิวะมหาเทพที่ทรงโปรดให้พรวิเศษแก่ผู้กระทำคุณความดีต่างๆ และนิลนั้นก็เป็นอัญมณีที่ทำให้ผู้สวมใส่ เกิดความใจเย็น สามารถป้องกันอันตรายจากภูตผีวิญญาณ นำมาซึ่งความเข้มแข็ง โชคลาภ หรือความมั่งมีต่าง ๆ ดังนั้น จะเห็นได้ว่าแม้วันเวลาที่นางสงกรานต์เสด็จมาไม่ดีนัก แต่อาวุธและเครื่องประดับก็มีนัยที่ดี เพราะใช้ปราบอริราชศัตรูและเป็นมงคล อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคำพยากรณ์ในอดีตหรือคำทำนายในปัจจุบันจะเป็นเช่นไร เราก็มิควรจะท้อแท้หรือหมดกำลังใจ แต่ควรใช้คำทายทักล่วงหน้าเหล่านี้เตือน “ สติ ” ตัวเราเองให้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท เพียงแค่นี้ เราก็จะรับ “ สงกรานต์ปีใหม่ ” ได้อย่างมีความสุข และเชื่อมั่นในอนาคตข้างหน้าได้

คำทำนายเกี่ยวกับวันมหาสงกรานต์ วันเนา และวันเถลิงศก ก็มีว่า

๑. ถ้าวันอาทิตย์ เป็น วันมหาสงกรานต์ ปีนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้จะงอกงามนัก ถ้าวันอาทิตย์เป็น วันเนา ข้าวจะตายฝอย คนต่างด้าวจะเข้าเมืองมาก ท้าวพระยาจะร้อนใจ ถ้าวันอาทิตย์เป็น วันเถลิงศก พระมหากษัตริย์จะมีพระบรมเดชานุภาพ ปราบศัตรูได้ทั่วทุกทิศ

๒. ถ้าวันจันทร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคุณหญิง คุณนายทั้งหลายจะเรืองอำนาจ ถ้าวันจันทร์เป็น วันเนา มักเกิดความไข้ต่างๆ และเกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ ถ้าวันจันทร์เป็น วันเถลิงศก พระราชินีและท้าวนางฝ่ายในจะมีความสุขสำราญ

๓. ถ้าวันอังคาร เป็น วันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง แต่ถ้าวันอังคารเป็น วันเนา ผลหมากรากไม้จะแพง ถ้าวันอังคารเป็น วันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล

๔. ถ้าวันพุธ เป็นวัน มหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ ถ้าวันพุธเป็น วันเนา ข้าวปลาอาหารจะแพง แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่ ถ้าวันพุธเป็น วันเถลิงศก บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตจะมีความสุขสำราญ

๕. ถ้าวันพฤหัสบดี เป็น วันมหาสงกรานต์ ผู้น้อยจะแพ้ผู้เป็นใหญ่ และเจ้านาย ถ้าวันพฤหัสบดีเป็น วันเนา ผลไม้จะแพง ราชตระกูลจะมีความร้อนใจ ถ้าวันพฤหัสบดีเป็น วันเถลิงศก สมณชีพราหมณ์จะปฏิบัติกรณียกิจอันดีงาม

๖. ถ้าวันศุกร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์ ฝนชุก พายุพัดแรง ผู้คนจะเป็นโรคตาและเจ็บไข้กันมาก ถ้าวันศุกร์เป็น วันเนา พริกจะแพง แร้งกาจะเป็นโรค สัตว์ป่าจะเป็นอันตราย แม่หม้ายจะมีลาภ ถ้าวันศุกร์เป็น วันเถลิงศก พ่อค้าคหบดีจะทำมาค้าขึ้น มีผลกำไรมาก

๗. ถ้าวันเสาร์ เป็น วันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง ถ้าวันเสาร์เป็น วันเนา ข้าวปลาจะแพง ข้าวจะได้น้อย ผลไม้จะแพง น้ำน้อย จะเกิดเพลิงกลางเมือง ขุนนางจะต้องโทษ ถ้าวันเสาร์เป็น วันเถลิงศก บรรดาทหารทั้งปวงจะมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรู

ข้อควรปฏิบัติในวันสงกรานต์

- การเตรียมงาน วันตรุษและวันสงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่คนไทยยังถือว่าวันตรุษคือวันสิ้นปี วันสงกรานต์คือวันขึ้นปีใหม่ดังกล่าว ดังนั้น จึงต้องตระเตรียมงานกันเป็นการใหญ่ จนมีคนที่พูดกันติดปากว่า "ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่" สิ่งที่ตระเตรียมกันนั้น จึงเป็นเรื่องที่จะต้องกระทำกันเป็นพิเศษตามลำดับ ดังนี้
๑. เครื่องนุ่งห่มเพื่อใส่ในโอกาสไปทำบุญที่วัด ตลอดจนเครื่องประดับตกแต่งร่างกายอย่างค่อนข้างจะพิถีพิถัน
๒. ของทำบุญ เมื่อใกล้จะถึงวันงานก็เตรียมของทำบุญเลี้ยงพระ และที่เป็นพิเศษของที่จะทำขนมพิเศษ ๒ อย่างได้แก่ ข้าวเหนียวแดงในวันตรุษ และขนมกวน หรือ กะละแมในวันสงกรานต์ นอกจากจะทำขึ้นเพื่อทำบุญแล้ว ยังแลกเปลี่ยนแจกกันในหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อแสดงอัธยาศัยไมตรีในวันสำคัญ
๓. การทำความสะอาดบ้านเรือนที่อาศัยตลอดจนบริเวณใกล้เคียง เพื่อให้ดูเรียบร้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บูฃาพระและที่เก็บอัฐิบรรพบุรุษ แม้เสื้อผ้าที่ใช้สอยก็ต้องซักฟอก ให้สะอาดหมดจดโดยถือว่า กำจัดสิ่งสกปรกให้สิ้นไปพร้อมกับปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ด้วยความบริสุทธ์ผุดผ่อง
๔. สถานที่ทำบุญ วัดเป็นสถานที่ทำบุญสวดมนต์เลี้ยงพระ และทำต่อเนื่องกันหลายวัน นอกจากจะทำความสะอาดกุฎีที่อาศัยแล้ว ยังต้องทำความสะอาดหอสวดมนต์ โบสถ์วิหาร ศาลาการเปรียญ ตลอดจนลานวัด เพราะต้องใช้ทำกิจกรรมหลายอย่าง ได้แก่ การทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา สรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย และงานรื่นเริงต่างๆ ด้วย

..................................................................................................................................


Blog EntryบัวนางกวักMar 16, '07 12:21 AM
for everyone

เป็นอุบลชาติชนิดหนึ่ง
       บัวนี้มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Nymphaea.  Sp. มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย  จัดเป็นบัวผันพันธุ์พื้นเมืองที่มีรูปดอกแปลกตาดี  ตรงกลีบเลี้ยงรูปทรงต่างจากบัวโดยทั่วไป  มีหลายสีนะครับ เช่น ขาว  แดง  ชมพู  ม่วงน้ำเงิน  เป็นต้น


 


 


 


© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Template design Copyright © 2005 Remi Prevost Some rights reserved.